แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันแม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันแม่ แสดงบทความทั้งหมด

8.04.2559

ความรักของแม่ พูดเท่าไรก็ไม่จบ



"ความรักของแม่ พูดเท่าไรก็ไม่จบ"

คงไม่แปลกที่แม่จะขี้บ่น คงไม่แปลกที่ลูกจะรำคาญ

เพราะแม่นั้นมีแต่ความรัก ความเป็นห่วงที่มากจนล้น ถึงลูกจะโต ลูกก็ยังเป็นลูก..
ส่วนลูกก็มีแต่ความเป็นเด็ก อยากรู้อยากลองจนมองข้ามความเป็นห่วงของแม่ไป  
แต่แปลกที่ เมื่อลูกยิ่งโต ยิ่งมองคำพร่ำสอนของแม่เป็นเหมือนยุงรำคาญ

วันนี้ OSIM จึงรวบรวมเรื่องราวความรักของแม่ที่มีแต่ลูกมาให้ทุกคนได้อ่านกัน เผื่อลูกๆจะเข้าใจความรักของแม่มากขึ้นนะคะ 

เรื่องที่ 1
แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่งเป็นที่รำคาญใจของลูกชาย เหลือเกิน 
สมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา 
จึงไม่รู้ว่า จะเอาแม่ไปฝากใครให้เลี้ยงแทน จึงตัดสินใจแบกเอาไป 
ปล่อยป่าให้อยู่ตามยถากรรม
แม่ไม่ วอนขอ ไม่ถาม ไม่ว่าอะไร ตั้งใจหักกิ่งไม้ตามทาง เรื่อยไป เข้าป่าลึก 
ไกลมากแล้ว ลูกชายวางแม่ลง บนโขดหินแล้วหันหลัง 
เดินกลับทางเดิมไป ตอนนี้เอง ที่แม่ตะโกนตามหลัง 
ลูกชายไปว่า 
"ลูกเอ๋ย เดิน 
ตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หักไว้ให้นะ จะได้ไม่หลงทาง..." 


เรื่องที่ 2
  เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเข้าไปหาแม่ และส่งกระดาษให้ หลังจากแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้ว เธอก็ก้มลงอ่าน

                  ค่าตัดหญ้า                                                       ๕.oo  บาท              

              ค่าทำความสะอาด                                              1๑.oo  บาท            
              ค่าซื้อของให้แม่                                                 ๒.๕o  บาท
              ค่าดูแลน้องชาย                                                  ๒.๕o  บาท
              ค่าเอาขยะไปทิ้ง                                                  ๑.oo   บาท
              ค่าได้คะแนนดี                                                   1๕.oo  บาท
              ค่ากวาดสนาม                                                     ๒.oo  บาท
              รวมค้างชำระ                                                               ๑๗.oo บาท


เธอหยิบปากกาขึ้นมา พลิกไปด้านหลังแล้วเขียน

              เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง                                               ไม่คิดเงิน
              เวลาแม่พยาบาลและดูแลลูก                                     ไม่คิดเงิน
              ค่าที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตา                                         ไม่คิดเงิน
              ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า พาเที่ยว                                ไม่คิดเงิน
              แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้                                                   ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก
              เมื่อรวมทั้งหมดเป็นราคาเต็มของความรัก                   ไม่คิดเงินเหมือนกัน

              เมื่อลูกชายของเราอ่านสิ่งที่แม่เขียนแล้ว น้ำตาหยดโตก็ไหลออกมา เขาสบตาแม่แล้วพูดว่า "แม่ครับ ผมรักแม่จริงๆนะครับ"  แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตๆว่า

จ่ายหมดแล้ว แม่จ่ายหมดแล้ว แต่ลูกทอนให้ยังไม่หมด       

เรื่องที่ 3
         หลังจากคุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้นว่า "ขอฉันดูหน้าลูกหน่อยนะคะ" เธอก็ได้ห่อผ้าน้อยๆมาอยู่ในอ้อมกอด แต่เมื่อแย้มผ้าออกเพื่อมองไปหน้าเล็กๆ ของทายาท เธอถึงกับกรีดร้องจนพยาบาลต้องรีบอุ้มเด็กออกไปจากอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว และสาเหตุคือที่คุณแม่ร้องลั่นก็เพราะ...เด็กที่เกิดมาไม่มีใบหู

           อย่างไรก็ตามกาลเวลาที่ผันผ่านได้พิสูจน์ว่าเด็กน้อยไม่มีปัญหาด้านการได้ยิน แม้จะไม่มีใบหูให้เห็นภายนอก แต่ถึงอย่างนั้น...ชีวิตของเด็กน้อยก็ยังปวดร้าว หลายครั้งที่เขากลับจากโรงเรียนมาซบอกแม่ทั้งน้ำตา และผู้เป็นมารดาก็รู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวเพียงใด

           เด็กน้อยเคยโพล่งออกมาอย่างเศร้าๆว่า "พวกเด็กโตๆล้อผมว่าไอ้ตัวประหลาด" เด็กชายน้อยเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มหล่อเหลา เขาเป็นที่รักของเพื่อนๆ มีพรสวรรค์ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดีและดนตรี เขาอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น เป็นประทานกลุ่ม แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้นที่ขาดไป...

           วันหนึ่ง แม่ของเขาบอกด้วยความเห็นใจ "ลูกต้องพบปะผู้คนบ้างนะ" แต่กี่คําปลอบใจก็ดูจะไร้ความหมาย ในที่สุดพ่อของเด็กชายก็ตัดสินใจปึกษาแพทย์ประจําครอบครัวซึ่งแพทย์ช่วยให้พวกเขามีความหวังด้วยการบอกว่า "ผมสามารถผ่าตัดปลูกถ่ายใบหูให้เขาได้ถ้ามีผู้บริจาค หรือ...มีใครเสียสละใบหูเพื่อเขา"

           หลังจากนั้น 2 ปี ผู้เป็นพ่อจึงบอกว่า "เตรียมตัวไปโรงพยาบาลกันนะ พ่อกับแม่หาผู้บริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ"

           หลังการผ่าตัด เสมือนการเกิดใหม่ของชายคนหนึ่ง ซึ่งกลับกลายมาเป็นผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะของโรงเรียน ของมหาวิทยาลัย และเป็นที่กล่าวขานต่อๆไปอีกหลายๆรุ่น

           ต่อมา เขาได้แต่งงาน วันหนึ่งเขาตัดสินใจถามพ่อว่า "พ่อครับ ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมใคร ใครเป็นคนมอบสิ่งดีๆในชีวิตผมตั้งมากมาย ผมอยากตอบแทนเขาบ้างครับ"

           พ่อตอบ "อย่าเพิ่งคิดเรื่องตอบแทนเลย ลืมแล้วเหรอว่าเราตกลงกันว่า เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ" เรื่องผู้บริจาคจึงเป็นความลับต่อไปอีกหลายปี จนวันหนึ่ง ซึ่งเป็นที่มืดมิดที่สุดในชีวิตผู้เป็นลูก

           เขายืนเศร้าเสียใจอยู่ข้างพ่อ ตรงหน้าศพของแม่ และเมื่อพ่อลูบผมนําตาลแดงของภรรยาให้เสยขึ้น ความจริงจึงเผยว่า...ผู้เป็นมารดาปราศจากใบหู! ใบหูของแม่ถูกตัดไปแล้ว...

          พ่อกระซิบบอกลูกชาย "แม่บอกพ่อว่า ดีใจที่ได้ทําอย่างนี้ แม่ของลูกไม่เคยตัดผมอีกเลยนับจากนั้น แต่ก็ไม่มีใครมองว่าเธอไม่สวย...จริงมั๊ย จงจําไว้นะ สิ่งมีค่าที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาพที่เห็นแต่อยู่ตรงสิ่งที่เราสัมผัสได้แม้จะมองไม่เห็นต่างหาก"
           เความรักที่แท้ ไม่ได้หมายความถึงการทําอะไรเพื่อให้ใครต้องรับรู้ หากแต่...คือการกระทําจากหัวใจโดยไม่คาดหวังอะไร หรือ...ไม่จําเป็นต้องมีใครรับรู้ต่างหาก คําพูดพร่ำเพรื่อจึงไม่ใช่สิ่งจําเป็นในเรื่องของความรัก
    

ความรักของแม่มากมายขนาดนี้
 วันแม่ปีนี้อย่าลืมบอกรักคุณแม่ด้วยของขวัญสุดพิเศษจาก OSIM นะคะ 




ดูรายละเอียดสินค้า หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่  http://www.osim.com
ติดตามโปรโมชั่นดีๆ จาก OSIM ได้ที่ https://www.facebook.com/OSIM-Thai



7.22.2559

ดอกมะลิ สัญลักษณ์วันแม่


"ดอกมะลิ" 
        สัญลักษณ์ วันแม่ 

        เมื่อถึงวันแม่ สิ่งที่เรานึกถึงอันดับแรกๆเลย คือ ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมเย็น  ดอกเล็กๆ ที่ความหมายไม่เล็กตามขนาด นั่นก็คือ ดอกมะลิ

        ดอกมะลิ เปรียบเสมือน ความปารถนาดีและรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก ในวันแม่คนไทยจึงนิยมนำดอกมะลิ มาร้อยพวงมาลัยให้แม่  
นอกจากนี้ ดอกมะลิยังเป็นดอกไม้ที่มีอยู่ในเทศกาลวันสำคัญของคนไทยอีกมากมาย เช่น การร้อยพวงมาลัยบูชาพระ การนำดอกมะลิมาลอยน้ำเพื่อใช้รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์ หรือแม้แต้การทำอาหารคาวหวาน และยาบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ 





แต่ในปัจจุบัน การนำดอกมะลิมาปรุงอาหาร หรือยาต่างๆ ต้องมั่นใจว่า ดอกมะลิที่นำมาใช้ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลงหรือ มีสารเคมีอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย และไม่เป็นโทษต่อคนที่เรารักด้วยนะคะ 


         สำหรับวันแม่ปีนี้ OSIM แนะนำให้ลองบอกรักแม่ด้วยต้นมะลิแทนดอกมะลินะคะ เพราะต้นมะลิจะอยู่กับคุณแม่ได้นาน และเมื่อมีดอกยังนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆได้มากมาย แถมยังเป็นการปลูกต้นไม้ ช่วยให้โลกของเรามีสีเขียวเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ 


แต่ถ้าให้ต้นมะลิแล้วยังไม่พิเศษพอ ลองเลือกเซทของขวัญสุดพิเศษจาก OSIM ได้ที่นี่นะคะ 

ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นดีๆได้ที่



7.15.2559

"บุหลันดั้นเมฆ" ขนมไทยที่คนไทยลืม!!

"บุหลันดั้นเมฆ"

ขนมไทยที่หลายๆคนหลงลืมไป หรือบางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำ 

"บุหลันดั้นเมฆ"
 เป็นขนมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ในการปรุงแต่ง คือ 
น้ำลอยดอกมะลิ ที่ทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 
และใส่สีจากดอกอัญชัน 
จึงเป็นอีก 1 ขนมไทย 
ที่เหมาะกับการทำเป็นของขวัญ ของฝากให้ผู้ใหญ่มากๆเลยค่ะ 




ส่วนผสม ขนมบุหลันดั้นเมฆ


แป้งข้าวเจ้า1/2 ถ้วย

แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำลอยดอกมะลิหอม ๆ 3/4 ถ้วย
ไข่ไก่ (เอาเฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
ดอกอัญชันหรือสีผสมอาหาร 1-2 หยด

วิธีทำ ขนมบุหลันดั้นเมฆ

เริ่มจากทำเมฆกันก่อนนะคะ 
1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลทรายให้เข้ากัน
2. ค่อย ๆ ใส่น้ำลอยดอกมะลิ นวดจนนิ่ม แล้วใส่น้ำลอยดอกมะลิที่เหลือจนหมด 
3.ใส่สีน้ำเงินจากดอกอัญชันหรือสีผสมอาหารคนให้เข้ากัน
4.เรียงถ้วยตะไลในลังถึง นำไปนึ่งในน้ำเดือด ๆ ราว 10 นาที 
5.นำแป้งที่ผสมมาคนให้แป้งเข้ากัน แล้วตักหยอดใส่ในถ้วยตะไลให้เต็ม ปิดฝาลังถึง นึ่งในน้ำเดือดพล่านนาน 3 นาที แล้วยกลงพักให้ถ้วยอุ่น ๆ 
6.หยิบถ้วยมาเทแป้งที่ยังไม่สุกออก ขนมจะเป็นรอยบุ๋มตรงกลาง ตอนนี้เราก็จะได้เมฆแล้วค่ะ

 คราวนี้มาทำบุหลันกันค่ะ
1. ผสมไข่แดงกับน้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลาย 
2. ตักหยอดในถ้วยขนมที่มีหน้าเป็นรอยบุ๋มให้เต็ม แล้วนำไปนึ่งไฟกลาง 10 นาที ยกลง 
3. พักไว้ให้เย็น จึงแซะออกจากถ้วย

คราวนี้เราก็ได้ บุหลันดั้นเมฆ ขนมไทยกลิ่นหอม น่ารับประทานเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ 
และช่วงเทศกาลวันแม่ ลองทำขนมไทยๆ ทานกับคุณแม่ที่บ้านก็เรื่องที่ดีนะคะ


หรือถ้าใครไม่ถนัดเรื่องในครัว อยากหาของขวัญดีๆให้คุณแม่จะแวะมาเลือกซื้อ ที่ OSIM ก็ได้นะคะ

ดูรายละเอียดสินค้าและโปรโมชั่นอื่นๆ 
หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ http://www.osim.com